เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์

Print Print   |  Send Email  |  Share Add This  

ภาพรวม

บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (เชฟโรเลต) เปิดตัวเทรลเบลเซอร์ รถเอสยูวีรุ่นล่าสุดมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ รุ่นใหม่ ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ระบบอินโฟเทนเมนท์ เชฟโรเลต มายลิงค์และระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดใหม่ ยกระดับเทรลเบลเซอร์ ให้ก้าวล้ำเหนือคู่แข่งขึ้นไปอีกขั้น

เทรลเบลเซอร์ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าในเมืองใหญ่  โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการขับขี่ทางไกลและเดินทางออกจังหวัดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพักผ่อน นอกจากกรุงเทพฯ และภาคกลางแล้ว เทรลเบลเซอร์ ยังได้เสียงตอบรับที่ดีจากภาคตะวันออกและตะวันตก

เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ ดีเซล เทอร์โบ รุ่นปี 2014 เจนเนอเรชั่นที่สอง
  • เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 200 แรงม้า (147 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ทำให้เทรลเบลเซอร์ มีพละกำลังมากที่สุดในรถระดับเดียวกัน
  • สัดส่วนแรงบิดต่อความจุอยู่ที่ 178 นิวตันเมตรต่อลิตร เพิ่มอัตราเร่ง สมรรถนะในทางตรง ศักยภาพการลากจูงและการบรรทุกได้อย่างเต็มที่
  • พละกำลังของเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรก็เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 163 แรงม้า (120 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที
  • เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์รุ่นใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อรองรับพละกำลังที่มากกว่าเดิม โดยหลายชิ้นส่วนถูกออกแบบใหม่เพื่อความทนทานและยกระดับคุณภาพโดยรวม
  • ระบบคอมมอนเรล มีแรงดันสูงสุด 2,000 บาร์ (29,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
  • ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำที่โข่งเทอร์โบ (เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร) ช่วยยืดอายุการใช้งานของเทอร์โบและเครื่องยนต์
  • ระบบวาล์วหมุนเวียนไอเสียควบคุมด้วยไฟฟ้าพร้อมตัวหล่อเย็นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
  • ท่อร่วมไอดีพลาสติกและฝาสูบที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม ช่วยลดน้ำหนักเครื่องยนต์โดยรวม
  • ปรับท่อร่วมไอดีและไอเสียใหม่เพื่อเพิ่มความไหลลื่นของไอดีและไอเสีย
  • ขยายพอร์ทไอเสียและทางเดินน้ำ ยกระดับประสิทธิภาพการหล่อเย็น
  • ปรับปรุงเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน พร้อมกับเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
  • ออกแบบและพัฒนาซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ใหม่ทั้งหมดโดยทีมงานวิศวกรของจีเอ็ม เพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนอง มีความแม่นยำและละเอียดในการประมวลผลและสั่งงานสูงขึ้น
  • ทั้งเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรและ 2.8 ลิตร ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 และสามารถอัพเกรดเป็นมาตรฐานยูโร 5 ยูโร 6 และมาตรฐานไอเสียของสหรัฐอเมริกาได้ถ้าต้องการ
  • ระบบเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด รุ่นใหม่ ได้รับการปรับปรุงอัตราทดเพื่อให้เข้ากับบุคลิกของเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์รุ่นใหม่ ทำให้เทรลเบลเซอร์ มีความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด
  • เทรลเบลเซอร์ รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมีตัวควบคุมด้วยระบบอิเลกทรอนิกสองสปีด สามารถปรับเลือก 2-High (ขับเคลื่อนล้อหลังอย่างเดียว), 4-High, 4-Low (อัตราทด 2.62) และเกียร์ว่าง
  • ตัวควบคุมระบบขับเคลื่อนสามารถปรับตั้งได้ขณะรถขับเคลื่อน (โดยที่ไม่ต้องหยุดรถ สามารถปรับจาก 2H เป็น 4H เท่านั้น) ได้รับการออกแบบให้มีความนุ่มนวลและเงียบขณะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน
  • ทั้งสองรุ่นสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 180 กม./ชม. เทรลเบลเซอร์ 2.8 ลิตร มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ที่ 10.6 วินาที ขณะที่รุ่น 2.5 ลิตรทำได้ 11.7 วินาที
  • อัตราบริโภคน้ำมันของรุ่น 2.5 ลิตร (ระบบเกียร์ธรรมดา) อยู่ที่ 7.8 ลิตรต่อ 100 กม. ขณะที่รุ่น 2.8 ลิตร (เกียร์อัตโนมัติ) มีอัตราบริโภคน้ำมัน 9.4 ลิตรต่อ 100 กม.

รุ่น LTZ1 มาพร้อมมายลิงค์ ดีวีดี ระบบนำทางจีพีเอสและกล้องมองหลัง   

  • ลำโพงเก้าตัวและหน้าจอทัชสกรีนขนาดเจ็ดนิ้ว
  • ระบบนำทางผ่านดาวเทียม
  • หน้าจอทัชสกรีนแสดงผลด้านท้ายรถจากกล้องมองหลัง (รุ่น LTZ1)
  • ติดตั้งเครื่องเล่นซีดีในตัว
  • ไม่มีระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

LTZ พร้อมมายลิงค์และการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

  • ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ชมภาพ วีดีโอและระบบสตรีมมิ่ง
  • เมื่อเชื่อมต่อแล้วจะมีฟังก์ชั่นให้ใช้ทั้ง Audio, Pictures and Movies, Telephone, Smartphone Link และ Settings แสดงผลขึ้นบนหน้าจอทัชสกรีน
  • ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรายชื่อเพลงและสั่งงานโทรออกด้วยเสียง รวมถึงใช้งานฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกสบายอื่นๆ
  • มาพร้อมกับ TuneIn Internet Radio และ Stitcher Smart Radio ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้สามารถปรับตั้งตามความต้องการได้อย่างเต็มที่ สามารถเลือกรับฟังสถานีวิทยุ 70,000 สถานีทั่วโลก แอพพลิเคชั่นดังกล่าวยังมีการอัพเดตสถานีโปรดของผู้ใช้อย่างสม่ำเสมอ

ปรับปรุงหน้าจอแสดงผลการขับขี่ใหม่

  • เทรลเบลเซอร์ ได้รับการติดตั้งหน้าจอแสดงผลการขับขี่บริเวณมาตรวัดรูปแบบใหม่
  • Eco Index แสดงอัตราความประหยัดน้ำมันขณะขับขี่
  • พร้อมกับมีสถิติการใช้เชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยในช่วง 50 กิโลเมตรที่ผ่านมา ให้ผู้ขับขี่สามารถประเมินสไตล์การขับของตนเอง
  • ช่วยให้ผู้ขับสามารถปรับการขับขี่ให้ประหยัดมากขึ้นได้

ห้องโดยสารที่อเนกประสงค์

  • เทรลเบลเซอร์ เป็นรถเอสยูวีเจ็ดที่นั่ง มีห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุด เบาะสามแถวสามารถพับให้แบนราบได้
  • จัดวางเบาะที่นั่งแบบ “โรงภาพยนตร์” เพื่อให้ผู้โดยสารบนเบาะแถวที่สองและแถวที่สามมี
    ทัศนวิสัยที่กว้างขวางรอบด้าน
  • มีช่องเก็บของทั่วทั้งห้องโดยสาร 32 ช่อง รวมถึงช่องเก็บของตรงกลางแบบมีฝาปิดและช่องเก็บของคู่ขนาดใหญ่บนคอนโซล
  • เพิ่มการแสดงผลบนหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (Display Information Cluster)

ความปราดเปรียว

  • โครงสร้างแบบบอดี้ออนเฟรม ใช้คานขวางเสริมแรงเก้าจุดเพื่อเสริมความเหนียวแน่น แข็งแกร่งและทนทาน
  • ติดตั้งคอยล์สปริงสี่ล้อและระบบช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติ-ลิงค์ที่พบได้ในรถเอสยูวีระดับพรีเมียมเท่านั้น
  • มอบสมรรถนะการขับขี่แบบรถบอดี้ออนเฟรมเอสยูวี และให้การควบคุมที่เหนือชั้นที่สุดในระดับเดียวกับรถยนต์นั่ง การปรับแต่งคอยล์สปริงที่เหมาะสมช่วยเสริมศักยภาพการขับขี่บนทางออฟโรดผสมผสานความสะดวกสบายไปพร้อมกัน
  • ระบบดิสก์เบรกสี่ล้อ เพิ่มประสิทธิภาพการหยุดรถ
  • Four-channel Anti-lock Braking System (ABS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกเอบีเอส พร้อมระบบกระจายสัดส่วนแรงเบรกช่วยเพิ่มปะสิทธิภาพการเบรกของล้อทั้งสี่ให้มีเสถียรภาพสูงสุดเมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง
  • Traction Control System (TCS) ทำงานร่วมกับระบบเบรกเอบีเอส ผสมผสานแรงบิดของเครื่องยนต์และการควบคุมเบรกในการกำกับการหมุนของล้อในทุกย่านความเร็วเพื่อให้มีการควบคุมอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ขับขี่
  • Hydraulic Brake Assist (HBA) เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกเมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกอย่างรุนแรง
  • Electronic Brake Force Distribution (EBD) ควบคุมแรงดันเบรกจากล้อหน้าสู่ล้อหลังเพื่อลดระยะการเบรกลงและควบคุมการเบรกทุกสถานการณ์
  • Panic Brake Assist (PBA) ตรวจจับการเบรกฉุกเฉินและเพิ่มแรงเบรกเมื่อจำเป็น โดยในบางสถานการณ์ระบบนี้จะควบคุมให้เอบีเอสทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อลดระยะการเบรกลง
  • Electronic Stability Control (ESC; or StabiliTrak) ระบบนี้ทำงานร่วมกับ TCS ในการควบคุมการขับขี่โดยส่งผลต่อสมรรถนะน้อยที่สุด เซ็นเซอร์รอบตัวรถจะตรวจจับการเคลื่อนที่และองศาการเลี้ยวก่อนที่จะควบคุมการเบรกหรือลดพละกำลังเครื่องยนต์หรือทั้งสองทางเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถคุมตัวรถได้อย่างมั่นคง
  • Engine Drag Control ป้องกันไม่ให้ล้อลื่นไถลจากแรงหน่วงของเครื่องยนต์ ซึ่งเกิดจากผู้ขับขี่ถอนคันเร่งกะทันหันหรือปรับเกียร์ลงอย่างรวดเร็วบนถนนที่เปียกลื่น
  • Cornering Brake Control (CBC) ปรับแรงดันเบรกแบบแยกส่วนทั้งสี่ล้อเพื่อรักษาเสถียรภาพเมื่อมีการเบรกในทางโค้ง
  • Hydraulic Brake Fade Assist (HBFA) เพิ่มแรงดันเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อชดเชยอาการเบรกลื่นเนื่องจากการใช้เบรกหนักติดต่อกัน
  • Hill Descent Control (HDC) ช่วยให้การลงเนินลาดชันมีความนุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายดาย โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลในการเหยียบเบรก
  • Hill Start Assist (HSA) ระบบนี้ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนถอยหลังเมื่อออกตัวบนทางลาดชัน ระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติบนทางลาดชัน 3 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป โดยจะควบคุมตัวรถให้หยุดนิ่งเป็นเวลาสองวินาทีเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้มีเวลาในการยกเท้าจากแป้นเบรกมาที่คันเร่ง