เชฟโรเลต แคปติวาใหม่ ยกระดับดีไซน์และเทคโนโลยีล้ำสมัย

2014-06-18

Print Print   |  Send Email  |  Word   Share Add This  
  • แคปติวาใหม่สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมอากาศแบบดูอัลโซน พร้อมระบบเข้า ออก
    ห้องโดยสารและสตาร์ทเครื่องยนต์โดยไม่ใช้กุญแจ
  • ปรับดีไซน์ใหม่ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายรวมถึงภายในห้องโดยสาร เพิ่มสุนทรียภาพอีกระดับ
  • ตอกย้ำความโดดเด่นด้วยสมรรถนะและการควบคุมที่คล่องตัวมากขึ้น เพราะว่า เกียร์ GF6 ใหม่

กรุงเทพฯ – เชฟโรเลต ประเทศไทยเชิญสื่อมวลชนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกิจกรรมทดสอบขับเชฟโรเลต แคปติวาบนเส้นทางกว่า 200 กม. ที่เปี่ยมด้วยความงดงามของจังหวัดภูเก็ตในสัปดาห์นี้

สื่อมวลชนที่ร่วมทดสอบขับได้สัมผัสกับสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมที่เหนือชั้นของแคปติวา   พร้อมทำกิจกรรมสนุกสนานมากมายตลอดการเดินทาง แคปติวาโฉมปี 2014 อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์อันล้ำสมัยใหม่ล่าสุด พร้อมปรับรูปลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ซึ่งจะช่วยให้ เชฟโรเลตสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดกลาง (SUV-C)

แคปติวาถือเป็นรถแฟล็กชิพของเชฟโรเลตในประเทศไทยนับตั้งแต่เปิดตัว โดยมียอดจำหน่ายรวมทั้งหมดมากกว่า 35,000 คัน และอีกหลายพันคันที่จำหน่ายทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดตัว แคปติวาโฉมใหม่ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ของเชฟโรเลตมีความล้ำสมัยมากที่สุดในตลาดยานยนต์เวลานี้

“แคปติวาดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถเอสยูวีที่เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่นสะดุดตา ภายในห้องโดยสารที่หรูหรา และสมรรถนะการขับขี่อันน่าประทับใจ” มร. กุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และการบริการลูกค้า ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่มเข้ามา แคปติวา 2014 จะตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างแน่นอน”

แคปติวาใหม่ เพิ่มระบบเข้า-ออกห้องโดยสารโดยไม่ต้องใช้กุญแจ (Passive Entry Passive Start – PEPS) ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกประตูและสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่ออยู่ในรัศมีของเซ็นเซอร์ โดยไม่ต้องถือกุญแจในมือ

ระบบควบคุมอากาศแบบดูอัลโซนของแคปติวาใหม่ยังช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าสามารถเลือกปรับอุณหภูมิแยกอิสระ เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารในทุกที่นั่ง สภาพอากาศบนเกาะภูเก็ตเหมาะสมกับการทดสอบระบบควบคุมอากาศแบบดูอัลโซนของแคปติวา ซึ่งช่วยรักษาสมดุลความเย็นของผู้โดยสารทั้งสองฝั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้สวิทช์ควบคุมบนพวงมาลัยยังเป็นแบบเรืองแสงเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในสภาวะที่แสงสว่างไม่เพียงพอ โดยสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ครูสคอนโทรล) สำหรับการตกแต่งภายใน มีการปรับเปลี่ยนพื้นผิวของวัสดุทั่วทั้งห้องโดยสารให้มีความหรูหราสวยงามยิ่งขึ้น

ในส่วนรูปลักษณ์ภายนอก แคปติวาได้ปรับดีไซน์กันชนหน้าแบบใหม่ พร้อมฝาครอบไฟตัดหมอกที่   โฉบเฉี่ยวสะดุดตา ขณะที่กันชนหลังได้รับการออกแบบใหม่คู่กับปลายท่อไอเสียโครเมียมและกรอบไฟหลังสไตล์ใหม่ แคปติวาโฉมใหม่ยังติดตั้งบันไดข้างสแตนเลส ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเข้าออกรถได้สะดวกสบายมากขึ้น (เฉพาะรุ่น 2.0 ดีเซล LTZ) สำหรับรุ่น LT มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว        การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกนี้ช่วยยกระดับความหรูหราให้กับแคปติวา 2014 ได้อย่างโดดเด่นชัดเจน

“ลูกค้าแคปติวาเชื่อว่ารถที่มีเอกลักษณ์จะช่วยสะท้อนตัวตนที่เหนือกว่า จึงต้องการรถที่รองรับไลฟ์สไตล์แบบคล่องตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่แคปติวาตอบสนองได้อย่างแท้จริง” คุณภาสพล สกุลวิสิฏฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและจัดจำหน่าย บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ลูกค้ากลุ่มนี้เดินทางออกนอกเมืองบ่อยครั้งและชื่นชอบการท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัว ในช่วงสุดสัปดาห์ รถที่ห้องโดยสารมีความยืดหยุ่นและการขับขี่ที่สะดวกสบาย ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในแคปติวาโฉมใหม่จึงสามารถตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างครบถ้วน”

แคปติวามีช่องปรับอากาศเพื่อความเย็นสบายของผู้โดยสารแถวที่สามและเบาะรองรับห้าถึงเจ็ดที่นั่ง พร้อมเนื้อที่เก็บสัมภาระ 930 ลิตร ระบบเครื่องเสียงเทคโนโลยีแบบสามมิติ (Three-Dimensional Sound Staging) พร้อมลำโพงแปดตัวที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบคุณภาพเสียงชั้นสูง

แคปติวาใหม่มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 บล็อก เริ่มจากเบนซิน 4 สูบ 2.4 ลิตร E85 พร้อมเพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ (DOHC) 16 วาล์ว และระบบวาล์วแปรผันคู่ต่อเนื่อง (Double CVC) ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร แคปติวาเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในเซกเมนท์นี้ที่รองรับเชื้อเพลิง E85

อีกหนึ่งเครื่องยนต์เป็นบล็อกดีเซล เทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ (DOHC) 16 วาล์ว พร้อมระบบจ่ายเชื้อเพลิงคอมมอนเรลแรงดันสูงให้แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร และกำลังสูงสุด 163 แรงม้า เกียร์ GF6 ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้แรงบิดทั้งสองเครื่องยนต์ดีขึ้น

สิ่งสำคัญของเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ในแคปติวา คือ แรงบิดมาที่รอบเครื่องยนต์ต่ำที่ 1,750 รอบ/นาที ไปจนถึงสูงสุด 2,750 รอบ/นาที ทำให้การขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองมีสมรรถนะสูงเท่าเทียมกัน รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำยังทำให้การขับขี่มีความเงียบและประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.0 ลิตร บล็อกนี้ได้รับความนิยมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2555 กระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซียยกย่องให้แคปติวาเป็นรถดีเซลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยมจากปริมาณการปล่อยมลพิษต่ำที่สุด (ภายใต้โครงการ Blue Sky Expose Program)

กำลังเครื่องยนต์ถูกถ่ายทอดสู่ล้อด้วยระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รหัส GF6 เจนเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมฟังก์ชั่น DSC (Driver Shift Control) ซึ่งถือเป็นรถเกียร์ 6 สปีด รุ่นแรกในเซกเมนท์นี้เมื่อเปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 2554 สำหรับแคปติวาใหม่นี้มีทั้งระบบขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อ

แคปติวา 2014 มีเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่และช่วงล่างที่มั่นคง ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบมัลติ-ลิงค์ ทำให้รถเอสยูวีรุ่นนี้มีสมรรถนะการควบคุมที่เหนือชั้นและการขับขี่ที่คล่องตัว นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างยกตัวอัตโนมัติเพื่อรักษาความสูงของตัวรถเมื่อน้ำหนักบรรทุกต่างกัน ช่วยควบคุมและเพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัว

ระบบความปลอดภัยของแคปติวามีทั้งเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุและเชิงปกป้องเมื่อเกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบเบรกไฮโดรลิก (HBA) ระบบกระจายแรงเบรกอิเลกทรอนิก (EBD) ระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) และระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP)

แคปติวา 2014 มีระบบป้องกันการลื่นไถลบนทางลาดชัน (HSA) ซึ่งป้องกันไม่ให้ตัวรถไหลถอยหลังเมื่อผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากเบรก พร้อมระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ซึ่งทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS และ EBD ในการรักษาความเร็วของตัวรถเมื่อลงทางลาดชันและมีความลื่น ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวและการคุมพวงมาลัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แคปติวาใหม่มาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า ม่านถุงลมนิรภัย และเข็ดขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ

เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นปี 2014 มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรและเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร มีทั้งรุ่นย่อย LSX และ LTZ

เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสองล้อ LSX  1,298,000.00

เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสี่ล้อ LTZ    1,595,000.00

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสองล้อ LSX    1,425,000.00

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อนสี่ล้อ LTZ       1,719,000.00

# # #

เกี่ยวกับ เชฟโรเลต

เชฟโรเลต ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2454 ที่ดีทรอยด์ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก จัดจำหน่ายยานยนต์ในมากกว่า 140 ประเทศ มียอดขายรถยนต์และรถกระบะมากกว่า 4.9 ล้านคันต่อปี เชฟโรเลต นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดเชื้อเพลิง เปี่ยมด้วยสมรรถนะ การออกแบบอันโดดเด่น และมีคุณภาพสูงให้แก่ลูกค้า สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชฟโรเลต เข้าชมได้ที่ www.chevrolet.com

สำหรับข้อมูลหรือรูปภาพเพิ่มเติม www.media.gm.com, www.chevrolet.co.th  หรือ www.facebook.com/chevyclub

# # #

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

กิจกรรมทดสอบขับเชฟโรเลต แคปติวา 2014 ที่จังหวัดภูเก็ต